เศรษฐกิจจีนโตแข็งแกร่ง

0

เศรษฐกิจจีนขยายตัวแข็งแกร่งไตรมาสแรก ด้านกูรูยังหวั่นความเสี่ยงหนี้จากตลาดบ้านพุ่ง
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.9% ในไตรมาสแรกของปี 2017
ปรับตัวขึ้นเป็นไตรมาส 2 ติดต่อกัน และสูงกว่าคาดการณ์การขยายตัวของนักวิเคราะห์ที่ 6.8% โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในด้านการลงทุน ค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนกำลังเข้าสู่ภาวะสมดุล

ทั้งนี้ ค้าปลีกจีนขยายตัวขึ้น 10.9% ในเดือน มี.ค. หลังชะลอตัวลงเมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะที่สัดส่วนบริโภคภายในประเทศที่หนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 77.2% ในไตรมาสแรก จาก 64.6% เมื่อปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเริ่มเข้าสู่การขยายตัวแบบสมดุลยิ่งขึ้น หลังเปลี่ยนมาใช้การบริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนการขยายตัวแทนการพึ่งพาภาคอุตสาหกรรม

“การขยายตัวของตัวเลขค้าปลีกเป็นตัวบ่งชี้สำคัญอย่างยิ่งว่า การใช้จ่ายภาคเอกชนจีนยังปรับตัวแข็งแกร่ง ซึ่งแนวโน้มเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณบวกอย่างมากที่จะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกในปี 2017 นี้” ราจิป บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไอเอชเอส มาร์กิต ในสิงคโปร์ กล่าว

สำหรับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีนยังปรับขึ้น 7.6% ในเดือน มี.ค. ขยายตัวสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2014 บ่งชี้ว่าภาคอุตสาหกรรมจีนกำลังฟื้นตัวยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ไม่รวมพื้นที่ชนบทของจีนขยายตัวขึ้น 9.2% หลังขยายตัว 8.1% เมื่อปี 2016 ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น 9.1% ในไตรมาสแรก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสองเดือนแรกของปี 2017 ที่ 8.9% และขยายตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนั้น สร้างความวิตกเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้ของจีนปรับตัวขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจีนออกมาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม

รอยเตอร์สรายงานอ้างนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงในขณะนี้ของจีน จะเป็นความเสี่ยงใหญ่สุดที่จะสกัดการขยายตัว ขณะที่ เหมา เฉิงหยง โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการคุมอสังหาริมทรัพย์ล่าสุดหลังวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ผลของมาตรการดังกล่าวต่อเศรษฐกิจและราคาอสังหาริมทรัพย์จึงคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน เม.ย. หรือช่วงเวลาหลังจากนั้น

ที่มา  http://www.posttoday.com/world/news/490604

Share.

About Author