บทความคุณธนากร เสรีบุรี ประธานกิตติมศักดิ์ สภาธุรกิจไทย – จีน

0

เมื่อวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2556 ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2556

คุณธนากร เสรีบุรี กล่าวให้ความรู้ในการประชุมสภาธุรกิจไทย-จีนเนื้อความบางตอนมีดังนี้ คุณธนากรกล่าวว่าเศรษฐกิจจีนนั้นตามที่มีสื่อหลายสื่อให้ข่าวว่าเศรษฐกิจจีนกำลังถดถอยแต่ตามความคิดเห็นส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอยู่ที่จีนมานานมีโอกาสได้เห็นจีนโตเต็มที่ แล้วก็ชะลอลงมาหน่อย และก็ขยายตัวขึ้นอีกครั้ง แต่ในการโตเต็มที่แล้วถอยหลังนั้นจีนก็เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นในยุค จู หรง จี เห็นว่าเศรษฐกิจร้อนแรงไปก็แตะเบรคให้ชะลอตัวลง จากนั้นก็โตใหม่ ซึ่งก็เป็นอย่างนี้มา 30 กว่าปีแล้วแน่นอนเศรษฐกิจย่อมมีข้อบกพร่องบ้าง อีกทั้งระยะหลังๆ นี้รัฐบาลท้องถิ่นจีนได้มีการแข่งขันกันลงทุนมากมาย และเป็นการเติบโตหลวม ๆ ซึ่งอันนี้รัฐบาลจีนก็มองเห็นปัญหาว่าถ้าปล่อยให้เป็นไปแบบนี้โตเต็มที่แล้วก็แตกนั้นก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจจีนและ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกระทบกระเทือนไปทั่วโลกด้วย รัฐบาลก็ออกกฎเหล็ก 8 ข้อเพื่อควบคุมการใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อยและความไม่มีระบบของผู้บริหารรัฐ ซึ่งก็ทำให้มีปัญหาพอสมควรฉะนั้นช่วงนี้มีปัญหาก็เป็นธรรมดา

ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าช่วงนี้คนที่จะลงทุนในจีนก็ค่อนข้างมีปัญหาพอสมควร เมื่อก่อนนั้นรัฐบาลจีนต้องการเงินตราต่างประเทศใครไปลงทุนอะไรรัฐบาลจีนก็เอาหมด แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่รัฐบาลจีนจะพิจารณาดูว่าธุรกิจไหนมีมีประโยชน์ต่อเขาธุรกิจไหนที่สนับสนุนการเจริญเติบโตต่อเขา รัฐบาลจีนเขาจึงจะสนับสนุนเขาถึงจะต้อนรับ โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีต่ำ เขาจะไม่เอา โอกาสไม่เหมือนสมัยก่อนที่ขาดทุกอย่างแต่สมัยนี้เขาจะเลือกเอาเฉพาะที่เป็นประโยชน์กับเขาเท่านั้น ในความคิดเห็นของคุณธนากรนั้นเห็นว่า เศรษฐกิจจีนยังไงก็ถึง 7% ซึ่ง 7 % สมัยนี้กับสมัยก่อนต่างกัน การส่งออกมีปัญหาเขาก็กระตุ้นการบริโภคภายใน นอกจากนี้ก็มีธุรกิจการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักจีนก็มีส่วนร่วมให้เศรษฐกิจเติบโต เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวได้อีกเยอะในด้านในประเทศที่ยังไม่เติบโต ดังนั้นเราควรจะต้องเข้าไปศึกษาให้ดี

โดยส่วนตัวคุณธนากรได้วิเคราะห์ดังนี้ คือ ปี 1980 ประธานเติ้ง เสี่ยวผิง เน้นพัฒนากวางตุ้งฉะนั้นจึงเติบโตอย่างมากเนื่องจากได้รับอานิสงค์จากฮ่องกง เพราะมีพื้นฐานการติดต่อกับนักธุรกิจต่างประเทศดีมาก นักธุรกิจเก่งๆ เยอะ ช่วงปี 1990 ยุคเจียงเจ๋อหมิงเน้นเซี่ยงไฮ้ ต่อมาในช่วงปี 2000 ยุคเวินเจียเป่าเน้นเทียนสิน 10 ปีข้างหน้าน่าจะอยู่ที่จงหยวน (เขตตอนกลางของจีนเช่น เหอหนาน ส่านซี)เพราะเป็นยุคของลีเค่อเฉียง จากที่เขาเปิดหกมณฑลภาคกลางที่เขาจะไปทุ่มเทให้ เพราะจงหยวนมีทรัพยากรมนุษย์ที่ดียิ่งเพราะเป็นเมืองหลวงเก่า มีอารยธรรมและวัฒนธรรมที่ดี พลเมืองอยู่กันหนาแน่นการพัฒนาเศรษฐกิจมันง่ายเนื่องจากต้นทุนต่ำ รัฐบาลใหม่ประกาศ 30 เมืองบวก 2 อำเภอใน 5 มณฑลภาคกลางที่รัฐบาลจะทุ่มเท พัฒนาเต็มที่ อย่างเช่นสร้างสนามบินที่เหอหนานเขาเริ่มโครงการแล้ว สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคน มีทั้งหมด 5 รันเวย์ 1 รันเวย์สำหรับการขนส่งและอีก 4 รันเวย์สำหรับผู้โดยสาร พื้นที่ 415 ตารางกิโลเมตร สำหรับสร้างศูนย์โลจิสติกทางอากาศ นิคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ และศูนย์รวมกิจการภาคบริการดังนั้นจงหยวนจะเจริญรุ่งเรืองในอนาคตอันใกล้นี้ อยากให้นักธุรกิจไทยศึกษาให้ดีก่อนไปลงทุนที่จีน

Share.

About Author