Director’s vision

“วิกรม” มองอีก 7-10 ปีข้างหน้า นักลงทุนจีนแห่ตั้งโรงงานในไทย พร้อมแนะรัฐบาลตั้งกองทุนปล่อยกู้รากหญ้า แก้หนี้นอกระบบ

นายวิกรม กรมดิษฐ์ รองประธานสภาธุรกิจไทย-จีน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA กล่าวถึง กรณีที่คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่ มีนโยบายเร่งช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบว่า โดยส่วนตัวมองว่ารัฐบาลควรที่จะตั้งกองทุนเพื่อให้เงินกู้แก่ประชาชนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการตั้งกองทุนดังกล่าวเชื่อว่าจะใช้เงินจำนวนไม่มาก ซึ่งในต่างประเทศ เช่น บังคลาเทศ ได้ตั้งกองทุนเพื่อปล่อยกู้ให้กับประชาชนเช่นกัน แต่เงื่อนไขการปล่อยกู้นั้นต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ

นอกจากนี้ รัฐบาลควรที่จะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินแก่ประชาชนรากหญ้า เพื่อให้มีภูมิคุ้มกัน ป้องกันการไปกู้เงินนอกระบบ เพราะการกู้กับสถาบันการเงินมีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า

“การที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกิดปัญหาภัยแล้ง และขณะนี้มีบางพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม ทำให้ประชาชนรากหญ้ามีการไปกู้เงินนอกระบบมากขึ้น ซึ่งดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูงมาก รัฐบาลควรให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเพื่อป้องกันไม่ให้ออกไปกู้เงินนอกระบบ และควรตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเพื่อลดการก่อหนี้นอกระบบ” นายวิกรม กล่าว

ส่วนกรณีที่รัฐบาลประเทศจีน สนับสนุนให้ภาคเอกชนจีนออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น มองว่าไทยจะได้ประโยชน์ เพราะไทยมีความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการคมนาคมในอาเซียน จึงทำให้นักลงทุนจีนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทย

“ดังนั้น เชื่อว่าใน 7-10 ปีข้างหน้าจะมีบริษัทเอกชนจีนเข้ามาตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะเพิ่มเป็น 500 โรงงาน หลังประเมินจากการหารือเบื้องต้นกับพันธมิตรของบริษัทที่เป็นนักลงทุนจีน 70 โรงงาน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลงทุน 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ” นายวิกรม กล่าว